ข่าวสารต่างๆ

เรื่องราวของระบบเศรษฐกิจในญี่ปุ่น

เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นนั้นในปัจจุบันได้ถือว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกเลยก็ว่าได้ซึ่งรองลงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นอันดับที่ 1 และประเทศจีนที่เป็นอันดับที่ 2  ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว ในสมัยก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นประเทศญี่ปุ่นมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 9 ของโลก ถึงแม้ว่าจะมีการพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนั้น แต่ญี่ปุ่นเองก็สามารถที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศของตนเองขึ้นมาให้อยู่ในลำดับที่ 3 ของโลกได้ ซึ่งญี่ปุ่นสามารถของตำแหน่งนี้มาได้อย่างยาวนานมากถึง 2 ทศวรรษด้วยกันจนกระทั่งเกิดการล่มสลายของสหภาพโซเวียตขึ้นในปี 1990 นั้นเอง ญี่ปุ่นได้มีโอกาสที่จะขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ในระบบเศรษฐกิจของโลก จนในปัจจุบันมีประเทศจีนที่ได้แซงหน้าขึ้นมาญี่ปุ่นจึงได้ตกไปอยู่ในอันดับที่ 3

ไม่แปลกใจว่าทำไมระบบเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะยิ่งใหญ่ได้ขนาดนั้น เพราะประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังเป็นประเทศที่มีการผลิตยานยนต์ได้สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลกเช่นกันนอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมในเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วยแต่ในระยะหลังเองในส่วนนี้ประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้มีการทำการตลาดแข่งกับประเทศเกาหลีใต้และประเทศจีน ที่เริ่มมีการเข้ามาเปิดตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆมากขึ้น หลายๆคนคงเห็นว่าในปัจจุบันมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟนต่างๆของประเทศจีน เข้ามาเปิดตลาดในไทยและสร้างความสนใจให้เราอย่างมากมายแต่ปัจจุบันนั้นประเทศญี่ปุ่นเองก็มีเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตเป็นหลัก ซึ่งลดการใช้แรงงานจากคนและมีกระบวนการในการผลิตที่ค่อนข้างแม่นยำพอสมควร โดยมีการผลิตและจัดจำหน่าย รวมถึงส่งออกในส่วนของ ยานยนต์ไฮบริดต่างๆ หุ่นยนต์อัตโนมัติต่างๆ ซึ่งโรงงานที่ใช้ในการผลิตก็อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดคันโตและจังหวัดคันไซ

หากพูดถึงในเรื่องของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบัน ประเทศนี้มีตลาดหลักทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกและยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย โดยในปี 2014 นั้นมีตลาดหลักทรัพย์ที่ประกอบไปด้วยบริษัทต่างๆที่ได้มีการจดทะเบียนมากกว่า 3,425 บริษัท ด้วยกัน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์โตเกียวนั้นจะมีดัชนีในตลาดที่ค่อนข้างมีความสำคัญเป็นอย่างมากอยู่ด้วยกัน 2 ดัชนี นั้นก็คือ TOPIX และ Nikkei 225 นั้นเอง

นอกจากนี้ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีอัตราในการว่างงานที่ค่อนข้างต่ำมาก ในปลายปี 2013 จากการสำรวจนั้นค้นพบว่า ประเทศญี่ปุ่นมีอัตรการว่างงานอยู่ที่ 3.7% เท่านั้น ซึ่งลดลงมากกว่าเดิมจากในปี 2009 ซึ่งตอนนั้นมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 5.2% ซึ่งสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้นั้นก็เกิดจากนโยบายที่ดีในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็คือนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศนั้นเอง ในตัวเลขนี้บุคคลที่มีการทำงานพาร์ทไทม์ก็จะไม่นับว่าเป็นบุคคลว่างงานในปี 2008 นั้น แรงงานในประเทศญี่ปุ่นมีมากถึง 66 ล้านคนด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้น 40%ในตลาดแรงงานก็ยังคงเป็นผู้หญิงและก็เริ่มมีภาวะลดตัวลงเรื่อยๆ เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในวัยเกษียณเพราะในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีอัตราการให้กำเนิดประชากรที่ค่อนข้างต่ำ แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายอุดหนุนสวัสดิการแก่เด็กมากมายก็ตามแต่ก็ยังไม่ได้ช่วยให้อัตราการให้กำเนิดเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หลังจากนั้นรัฐบาลจึงได้มีนโยบายใหม่ออกมา โดยการลดเงื่อนไขในการขอสัญชาติญี่ปุ่นแก่พลเมืองที่มาจากต่างประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นนโยบายนี้ก็ยังมีการหละหลวมรวมไปถึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก