เศรษฐกิจ
ข่าวสารต่างๆ

สงครามการค้า จีน สหรัฐ ส่งผลผลกระทบโลก อย่างไร

เราได้ติดตามสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับพวกเราทุกคนก็คือ เมื่อความตึงเครียดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนเพิ่มขึ้น แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั่วโลกก็ลดลง แน่นอนว่าเมื่อผ่านไปมันจะเข้าสู่จุดที่เรียกได้ว่า เลวร้ายที่สุดและมืดมนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

จีนกล่าวว่าจะเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรที่มีอยู่ 5% เป็น 10% สำหรับผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯ มากกว่า 5 พันรายการ รวมถึงถั่วเหลือ งน้ำมัน และเครื่องบิน กระทรวงพาณิชย์ของจีนประเมินมูลค่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 75 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ทรัมป์ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีของสหรัฐฯในปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของสินค้าจีนที่มีมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเป็น 15% ในเดือนกันยายน ขณะที่ภาษีนำเข้า 25% จากมูลค่าการนำเข้า 250,000 ล้านดอลลาร์จะเพิ่มขึ้นสูงสุด 30% ในเดือนตุลาคม

การตอบโต้ไปมาระหว่างสองมหาอำนาจ ที่มีฐานเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เมื่อสหรัฐอเมริกาเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนหลายร้อยล้านดอลลาร์ ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าด้วยการค้าที่ไม่เป็นธรรม  ทรัมป์เชื่อว่าจีนได้ใช้ประโยชน์จากสหรัฐมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว หลังจากที่มีการเจรจาทางการค้า ดูเหมือนทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ หลังจากทรัมป์ได้พบกับประธานาธิบดีจีนในการรวมตัวของผู้นำระดับโลกในญี่ปุ่น เพื่อพยายามคลี่คลายความตึงเครียด

ทว่าทรัมป์ก็ประกาศขึ้นภาษีรอบใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์จีน สร้างความขุ่นเคืองต่อผู้นำของประเทศในแถบเอเชีย เป็นอย่างมาก ภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐอเมริกาจะถูกกำหนดให้มีผลในอีกสองเดือนข้างหน้า ส่วนจีนที่จะตอบโต้ด้วยการขึ้นตาม ก็ได้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในเวลาเดียวกัน เมื่อมองดูแล้ว สหรัฐฯดูเหมือนว่าจะได้เปรียบกว่าจีน สหรัฐอเมริกาส่งออกสินค้าไปยังจีนเพียง 120 พันล้านดอลลาร์ในปี 2561 และนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศจีนมากกว่า 539 พันล้านดอลลาร์

ปัญหาของสองประเทศลุกลามไปทั่วโลก

แม้ว่ามันดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรา แต่ทั่วโลกมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเศรษฐกิจจีน ความเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ทางการค้าของสหรัฐฯนั้น ได้แผ่ขยายออกไปจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศอื่นๆ ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอ จะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก และผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก ตัวอย่างการสำรวจในกลุ่มผู้บริหารโรงงาน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นปี 2550-2552 ที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

นอกจากนี้ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ บริษัทอเมริกัน หยุดการลงทุน หรือสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์ในประเทศจีน ชี้ให้ดำเนินย้ายการดำเนินงานกลับไปที่สหรัฐอเมริกาโดยเขาพูดออกสื่อว่า “เราไม่ต้องการประเทศจีน และมันจะดีกว่าถ้าเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา” นี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ในอนาคตจาสร้างความเสียหายที่ไม่อาจย้อนกลับได้อีก