ข่าวสารต่างๆ

กรณีศึกษาจากโครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนาม

เศรษฐกิจของเวียดนามคาดว่าจะเติบโตที่ประมาณร้อยละ 6.7 ในปีนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามรายงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกเว้นเวียดนาม ได้เห็นการส่งออกลดลงอย่างมากในไตรมาสที่สองของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การส่งออกของเวียดนามเติบโตช้ากว่าในปี 2561 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจขยายตัวที่ร้อยละ 6.8 ต่อปี ในไตรมาสแรก ได้แรงหนุนจากการผลิตที่เติบโตมากขึ้น รวมถึงการมีบริการที่มั่นคง และผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจคาดว่าจะลดลงในไม่ช้า เนื่องจากความต้องการสินค้าจีนที่ลดลง

ในขณะที่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป อาจส่งผลดีต่อเวียดนามในระยะสั้น เนื่องจากเวียดนามยังคงต้องพึ่งพาจีนเป็นอย่างมาก เพราะการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP ในปี 2560 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การผลิต คาดว่าจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากข้อมูลของสำนักงานการลงทุนต่างประเทศระบุว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้น 9.8% คิดเป็นเม็ดเงินมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เวียดนามใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส

เวียดนามอยู่ใกล้กับประเทศจีน มีสภาพแรงงานที่ดี รวมถึงค่าแรงที่เหมาะสม ทำให้มั่นใจได้ว่า FDI จะยังคงมีเสถียรภาพในระยะปานกลาง ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุงของเวียดนาม รวมถึงการเข้าร่วมทำข้อตกลงการค้า และนโยบายใหม่ๆ ต่างก็เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้แน่ใจว่า FDI จะยังคงมีเสถียรภาพต่อไป จากรายงานที่มี ทำให้เรารู้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะอยู่ที่ 4.8% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจาก 5.3% ส่วนเวียดนามกลับสวนมาในทางตรงกันข้าม จากเมื่อปี 2561 จนถึงช่วงห้าเดือนแรกของปีนี้ การส่งออกเพิ่มขึ้น 19.8% ในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 23.6%

เวียดนาม

กรณีศึกษาจากโครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนาม

ในปี 2562-2563 จะมีการใช้จ่ายภาคครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคาดไว้ว่าภาคการท่องเที่ยวก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตในอัตราที่รวดเร็ว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้าประเทศ แม้ว่าเวียดนามจะต้องเจอกับปัญหาหลายประการ เช่นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร การขาดแขลนแรงงาน และข้อจำกัดในด้านการศึกษา อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงเป็นประเทศที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย โดยคาดว่า ประเทศไทยที่มี GDP อยู่ในอันดับ 20 ในปี 2559 จะถูกแซงโดยประเทศเวียดนามในปี 2050 พร้อมกับ ฟิลิบปนส์-มาเลเซีย ในขณะที่ไทยตกไปอยู่ในอันดับที่ 25 หากเรายังไม่สามารถแก้ปัญหาภายในประเทศได้ ผลอาจเลวร้ายมากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้

http://pop448d550d.iwopop.com/