ประวัติของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

หนึ่งในสมาคมที่มีผลต่อเศรษฐกิจบ้านเราอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งมาจากเป็นสมาคมที่มีสินค้าปริมาณมากและเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนไทยเราอย่างข้าว นั่นทำให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเป็นองค์กรที่ใหญ่มากทีเดียว หลายคนอาจจะเคยได้ยินแต่ไม่รู้จัก เราจะมาทำความรู้จักสมาคมนี้กันสักหน่อย

ประวัติความเป็นมาช่วงแรก

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เป็นสมาคมที่มีความเก่าแก่มากทีเดียว โดยสมาคมนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2461 ตอนนั้นยังใช้ชื่อเดิมว่า สมาคมค้าข้าวสยาม ก่อตั้งขึ้นโดย นายโง้วเพ็กง้ำ(ซึ่งท่านเป็นนายกสมาคมคนแรกอีกด้วย) ขณะนั้นท่านเป็นเจ้าของกิจการร้านค้าข้าวสาร ง้วนเซ้ง ท่านได้เริ่มต้นรวบรวมพ่อค้าข้าวสารที่อยู่ในกรุงเทพตอนนั้นมารวมกลุ่มกัน ซึ่งจัดตั้งสมาคมโดยไปจดทะเบียนที่กรมตำรวจ ช่วงแรกวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งคือการเป็นศูนย์กลาง และศูนย์รวมของการผู้ค้าขายข้าว

ประวัติความเป็นมาช่วงที่สอง

หลังจากกิจการของสมาคมดำเนินมาด้วยดี จนมาถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนั้นสมาคมได้มีการขยายตัวอย่างมาก ทั้งจำนวนสมาชิกและรายได้ขององค์กร จนได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อสมาคมอีกครั้งเป็น สมาคมพ่อค้าข้าวแห่งประเทศไทย สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนเป็นเพราะว่าสมาชิกส่วนใหญ่เริ่มขยับขยายกิจการจากการค้าขายข้าว ไปสู่การ ค้าขายส่งออกข้าวไปต่างประเทศมากกว่า จึงต้องเปลี่ยนชื่อให้เหมาะสม จนในที่สุดหลังจากรัฐบาลได้มีการออก พระราชบัญญัติการสมาคมการค้าออกมา สมาคมพ่อค้าข้าวแห่งประเทศไทยก็ได้มีการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติดังกล่าวในปี พ.ศ. 2509

ปี พ.ศ. 2523 สมาคมได้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นั่นคือ เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับสมาชิกที่มากขึ้นกว่าเดิม อีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่สำคัญนั่นคือ การก่อตั้งอาคารที่ทำการของสมาคมเป็นของตัวเอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ อาคารเลขที่ 37 ซอยงามดูพลี ถนนพระรม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ ที่ทำการนี้เกิดจากรายได้และการร่วมมือของสมาชิก

บทบาทของสมาคมผู้ส่งออก

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดว่าเป็นองค์กรที่สำคัญอีกหนึ่งแห่ง ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนา แก้ปัญหา และผลักดันเรื่องราวของข้าวร่วมกันหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นภาครัฐอย่างกระทรวงพาณิชย์ หรือจะเป็นการร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง อย่าง สมาคมชาวนาไทย สมาคมโรงสีข้าวไทย หรือ สมาคมข้าวไทย

บทบาทที่สำคัญอีกประการหนึ่งของสมาคม เป็นเรื่องของการเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับข้าวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาด้านการผลิต ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง สถิติข้าว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกประมวลผลจากผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านข้าวมาอย่างยาวนาน แล้วส่งต่อให้กับภาครัฐ และสมาชิกเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป นับว่าสมาคมที่มีอายุยืนยาวนานกว่า 98 ปี แห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อวงการข้าวไทยไม่น้อยเลยทีเดียว